ที่มา :
สถาบันส่งเสริมเกษตรชีวภาพและโรงเรียนเกษตรกร
กรมส่งเสริมการเกษตร

------------------------------------------

 

การถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรในอดีตที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกษตรกรมักจะเป็นผู้รับเทคโนโลยีตามระบบ โดยผ่านทางสถาบันวิชาการสู่กรมส่งเสริมการเกษตร ต่อไปยังหน่วยงานในสังกัด คือ ภาค จังหวัด อำเภอ และตำบล ลงสู่เกษตรตามลำดับ

การส่งเสริมการเกษตรตามแนวทางนี้ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรมักจะจัดทำแบบเบ็ดเสร็จ (Package) คือ กำหนดในโครงการถึงประโยชน์ที่เกษตรจะได้รับ ซึ่งอาจจะรวมถึงการให้ปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์พืช ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น โดยคาดหวังว่าเกษตรกรคงจะต้องปฏิบัติตามต่อไป วิธีการดังกล่าวอาจจะไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกร แต่เป็นการยัดเยียดความรู้ให้แก่เกษตรกร (Technology Push) แทนที่จะเป็นความต้องการของเกษตรกร (Farmers Need Pull) ที่แท้จริง

ดังนั้นจึงมีการพัฒนากระบวนการเผยแพร่ความรู้สู่เกษตรกรตามแนวทางใหม่ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้โดยผู้เรียนรู้มีส่วนร่วมตลอดกระบวนการใช้ระบบการให้การศึกษาผู้ใหญ่ ที่ผู้เรียนรู้ไม่รู้สึกตัวว่ากำลังถูกสอนหรือเรียนรู้  จึงเหมาะกับเกษตรกร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ การศึกษาไม่สูงนัก แต่มีประสบการณ์ในอาชีพมาเป็นระยะเวลานาน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการในแนวทางใหม่ที่เรียกว่า "โรงเรียนเกษตรกร"

"โรงเรียนเกษตรกร" ในกรณีนี้หมายถึง กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมที่นำมาใช้ในการส่งเสริมให้เกษตรกรได้ร่วมกันคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แก้ไขปัญหา และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ในกระบวนการผลิตได้ทุกขั้นตอน

วิธีการถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรตามแนวทางนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับกิจกรรมปลูกพืชทุกชนิด รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ด้วย โดยมีหลักการสำคัญ คือ เกษตรกรหรือผู้เรียนจำเป็นต้องร่วมเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการเพาะปลูก หรือตลอดกระบวนการของกิจกรรมนั้น ๆ ซึ่งประโยชน์ของการเรียนรู้ตามกระบวนการจะช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง

โรงเรียนเกษตรกร เป็นคำที่มาจากศัพท์ภาษาอังกฤษ คือ Farmer Field School ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ภายใต้โครงการจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสานเพื่อชุมชน หรือ Community IPM in Asia เป็นผู้กำหนดขึ้นเพื่อใช้กับประเทศที่อยู่ในเครือข่ายซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย

แนวทางในการดำเนินการ

1.  รวมกลุ่มเกษตรที่มีกิจกรรมเดียวกัน กลุ่มละประมาณ 20 - 30 คน
2. เกษตรกรที่ร่วมกิจกรรมจะต้องมีความสมัครใจ
3. จัดกิจกรรมเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตามระยะการเจริญเติบโตของพืชตลอดฤดูการผลิต (จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับชนิดของพืช)
4. ประเด็นในการเรียนรู้ ต้องสอดคล้องกับปัญหา และความต้องการของเกษตรกร
5. สถานที่สำหรับเรียนรู้ควรจะอยู่ใกล้กับแปลงปลูกพืชมากที่สุด
6. จัดให้เกษตรกรได้มีการศึกษา ทดลอง พิสูจน์ทราบเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น
7. เกษตรกรจะเรียนรู้ด้วยการค้นพบด้วยตนเอง โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมเป็นวิทยากรพี่เลี้ยง (Facilitator) ในกิจกรรมเรียนรู้

ตัวอย่างกิจกรรม "โรงเรียนเกษตรกร" ขั้นตอนในการดำเนินกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 1. ผู้ดำเนินการและเกษตรกรทำความเข้าใจร่วมกันถึงสถานการณ์ ปัญหาและวัตถุประสงค์ของการรวมกลุ่มกันในครั้งนี้
ขั้นตอนที่ 2. ใช้กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อเรียนรู้ และเก็บข้อมูลจากสถานการณ์จริงในแปลงปลูกพืช เช่น ดิน น้ำ สภาพต้นพืช การทำลายศัตรูพืช ศัตรูตามธรรมชาติ
ขั้นตอนที่ 3. วิเคราะห์ระบบนิเวศจากข้อมูลที่ได้ทั้งหมด พร้อมตัดสินใจในกลุ่มย่อย
ขั้นตอนที่ 4. เสนอผลในกลุ่มใหญ่เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตัดสินใจร่วมกัน
ขั้นตอนที่ 5. หัวข้อพิเศษเป็นประเด็นทางวิชาการ ที่เป็นความต้องการของเกษตรกรเป็นบางครั้ง
ขั้นตอนที่ 6. สรุปผลของกิจกรรมและวางแผนการดำเนินกิจกรรมในครั้งต่อไป

 


สงวนลิขสิทธิ์ © 2546
ติดต่อเว็บมาสเตอร์ที่
agritech51@doae.go.th โทร./ โทรสาร 0 2579 3852