ตลาดกลางสินค้าเกษตร  คืออะไร

        คือสถานที่นัดพบเพื่อการซื้อขายสินค้าเกษตรที่มีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก เข้ามาทำการซื้อขายโดยตรง ด้วยวิธีการตกลงราคาหรือประมูลราคากันอย่างเปิดเผย ภายใต้ราคาที่เป็นธรรมด้วยการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ คลังเก็บรักษาสินค้า อุปกรณ์ชั่ง ตวง วัดและคัดเกรดสินค้าที่ได้มาตรฐาน รวมถึงบริการด้านข้อมูลข่าวสารทางการตลาดเพื่อประกอบการซื้อขาย

        “ตลาดกลางสินค้าเกษตร” มิติใหม่ในการส่งเสริมเกษตรไทยให้มีช่องทางในการซื้อขายสินค้าเกษตรอย่างเป็นระบบ และลดปัญหาสินค้าราคาตกต่ำในอนาคต 

บทบาทหน้าที่ของเจ้าของตลาดกลาง

        จัดอุปกรณ์มาตรฐาน และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเพื่อให้บริการ โดยจัดเก็บค่าบริการ ตามอัตราที่กรมการค้าภายในกำหนด 

ตลาดกลางสินค้าเกษตร  พร้อมสรรพสำหรับ ผู้ซื้อ เพราะที่นี่จะทำให้คุณ….

        -   สะดวกซื้อ ด้วยปริมาณสินค้าเกษตรที่หลากหลาย

        -   สามารถเปรียบเทียบราคาและคุณภาพได้

        -   ได้รับข้อมูลข่าวสารทางการตลาดที่ตรงกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

        -   ได้รับบริการรับฝากสินค้าเพื่อปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น เช่นการลดความชื้นหรือขอใช้บริการลานตากของตลาดกลางสินค้าเกษตร 

ตลาดกลางสินค้าเกษตรช่วย ภาครัฐ เกื้อหนุนเกษตรกรและผู้ซื้อได้อย่างไร

         1. ช่วยให้มีสถานที่รองรับผลิตผลทางการเกษตรที่ได้มาตรฐาน ทั้งทางด้านคุณภาพและราคาสินค้า

         2. ภาครัฐสามารถเก็บข้อมูลข่าวสารการตลาดมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติ

         3. เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด จนทำให้ราคาตกต่ำ เป็นกลไกทางการตลาดอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสินค้าเกษตรไทยว่าอนาคตจะไปในทิศทางใด 

ตลาดกลางสินค้าเกษตร สิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรหรือผู้ขาย มีแต่ได้ไม่มีเสียเพราะ……

         1. เป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าเกษตรที่แน่นอน สะดวกต่อการกำหนดระยะเวลาในการขนส่งสินค้า เพื่อลดปัญหาความเสียหายของสินค้าระหว่างการเดินทาง

         2. เกษตรกรหรือผู้ขายสามารถจำหน่ายสินค้าเกษตรได้ในราคาที่เป็นธรรม ไม่ถูกกดราราคาจากผู้ซื้อ และได้รับเงินจากการขายทันทีเมื่อมีการตกลงซื้อสินค้า

        3. ภายในตลาดกลางสินค้าเกษตร เกษตรกรหรือผู้ขายสามารถฝากผลผลิตไว้ที่ตลาดกลางได้เพื่อรอราคาขายที่ดีกว่า

        4. ตลาดกลาง มีบริการเครื่องชั่ง ตวง วัด ที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทั้งของผู้ซื้อและผู้ขาย

        5. เพื่อให้เกษตรกรหรือผู้ขายมีข้อได้เปรียบในการขายสินค้าเกษตรทางตลาดกลาง จึงอำนวยความสะดวกด้วยแหล่งข้อมูลข่าวสารราคาสินค้าเกษตรทั่วประเทศ ไว้ให้บริการอย่างครบครัน 

บทบาทของกรมการค้าภายในต่อการพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตร

        กรมการค้าภายในได้ส่งเสริมให้เอกชนจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตร ตามนโยบายของรัฐบาลและตามแผนพัฒนาการพาณิชย์ของกระทรวงพาณิชย์ ที่เน้นให้ความสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร ตลอดจนการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันที่บัญญัติไว้ในมาตรา 84 ว่า “รัฐต้องรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรให้ได้รับผลตอบแทนสูงสุดรวมทั้งส่งเสริมการรวมตัวของเกษตรกรเพื่อวางแผนการเกษตรและรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร”

 

          ตลาดกลางสินค้าเกษตรในการส่งเสริมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์  เป็นสถานที่ที่ผู้ซื้อผู้ขายมาซื้อขายสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นผลิตผลทางเกษตรกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรสภาพผลิตผลทางเกษตรกรรมในลักษณะขายส่ง ด้วยวิธีประมูลหรือต่อรองราคา แบ่งได้  4 ประเภท

        1.  ตลาดข้าวและพืชไร่

        2.  ตลาดผักและผลไม้

        3.  ตลาดปศุสัตว์

        4.  ตลาดสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์ที่แปรสภาพมาจากสัตว์น้ำ 

คุณสมบัติผู้ประสงค์จะขอเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตร  ดังนี้

        1.  เป็นนิติบุคคล

        2.  มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินอันเป็นสถานที่ตั้งตลาด

        3.  ที่ดินซึ่งเป็นสถานที่ตั้งตลาดต้องมีแนวเขตที่ดินติดต่อเป็นผืนเดียวกัน  และที่ดินต้องมีจำนวน ดังนี้

 

                (1) ตลาดข้าวและพืชไร่ไม่น้อยกว่า 20ไร่

                (2) ตลาดผักและผลไม้ไม่น้อยกว่า 10ไร่

               (3) ตลาดปศุสัตว์ไม่น้อยกว่า 10ไร่

               (4) ตลาดสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ที่แปรสภาพมาจากสัตว์น้ำไม่น้อยกว่า 10ไร่

               (5) ตลาดประเภทอื่นที่อธิบดีกรมการค้าภายในกำหนดไม่น้อยกว่า10ไร่ 

เงื่อนไขในการส่งเสริม

        1. สถานที่ตั้งตลาดข้าวและพืชไร่ที่ขอรับการส่งเสริม ต้องมีระยะทางอยู่ห่างจากสถานที่ตั้งตลาดประเภทเดียวกันที่ได้รับการส่งเสริมไปก่อนแล้วไม่น้อยกว่า 30 กิโลเมตร

        2. ตลาดผักและผลไม้ที่จะได้รับการส่งเสริมต้องมีระยะทางอยู่ห่างจากตลาดประเภทเดียวกันที่ได้รับการส่งเสริมไปก่อนแล้วไม่น้อยกว่า 50 กิโลเมตร

        3. ตลาดข้าวและพืชไร่ต้องมีสถานที่เก็บข้าวและพืชไร่ขนาดความจุไม่น้อยกว่า1,000 เมตริกตัน  ตลาดประเภทอื่นให้มีสถานที่เก็บตามสภาพของสินค้าเกษตร  และมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณสินค้าเกษตรที่เข้าสู่ตลาด

        4. ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการซื้อขาย

        5. ต้องมีสถานที่สำหรับซื้อขายเป็นสัดส่วนและจัดไว้ในที่เปิดเผยเพื่อสะดวกในเวลาซื้อขาย

        6. ต้องมีบริการสาธารณูปโภค

 

การยื่นคำขอรับการส่งเสริม

        ผู้ขอรับการส่งเสริมยื่นคำขอรับการส่งเสริม ณ สำนักงานการค้าภายในจังหวัดแห่งท้องที่ที่ตลาดตั้งอยู่

        1.  โดยยื่นเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้

            (1)  หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด

            (2)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนสหกรณ์หรือสำเนาใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร

            (3)  หนังสือมอบอำนาจกรณีที่นิติบุคคลมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอ

            (4)  ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน  พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำขอ

            (5)  สำเนาโฉนดที่ดิน  สำเนาโฉนดแผนที่  สำเนาโฉนดตราจอง  สำเนาตราจองว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว”  สำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3  น.ส.3ก.  หรือ น.ส.3ข.) หรือสำเนาสัญญาเช่าที่ดินอันเป็นสถานที่ตั้งตลาด

            (6)  แผนที่โดยสังเขปแสดงแนวเขตที่ดินทุกแปลงที่ใช้เป็นสถานที่ตั้งตลาด  รวมทั้งแนวเขตข้างเคียงตลาด

            (7)  แผนที่โดยสังเขปแสดงสถานที่ตั้งของตลาด  รวมทั้งแผนผังอาคารตลาด และรายละเอียดสิ่งก่อสร้างบนที่ดินให้ครบถ้วน

            (8)  เอกสารแสดงรายละเอียดโครงการหรือแผนการบริหารงานตลาด 

        เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน คุณสมบัติของตลาดที่ขอรับการส่งเสริม  รวมทั้งตรวจสอบสภาพและสถานที่ตั้งตลาดให้เป็นไปตามเงื่อนไข นำเสนออธิบดีกรมการค้าภายในหรือผู้ว่าราชการจังหวัด  แล้วแต่กรณี 

        กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน  เจ้าหน้าที่  กรมการค้าภายใน  แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมแก้ไขและยื่นใหม่ให้ถูกต้องครบถ้วน  ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  หากผู้ยื่นคำขอรับการ  ส่งเสริมไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด ให้จำหน่ายคำขอดังกล่าว 

การพิจารณาให้การส่งเสริม

        1.  ผู้ว่าราชการจังหวัดจะพิจารณาคำขอรับการส่งเสริม  แล้วให้ความเห็นเบื้องต้นก่อนส่งคำขอดังกล่าวให้อธิบดีกรมการค้าภายใน

        2.  อธิบดีกรมการค้าภายในพิจารณาให้การส่งเสริมและออกหนังสือรับรองการเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรให้

        3.  การพิจารณาคำขอรับการส่งเสริมให้ดำเนินการแล้วเสร็จ  และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมทราบภายในสี่สิบห้าวัน  นับแต่วันที่ได้รับคำขอรับการส่งเสริม พร้อมเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน

        4.  หนังสือรับรองการเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตร  ให้ใช้ได้ห้าปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง 

        การต่ออายุหนังสือรับรองการเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตร  จะต้องยื่นคำขอตามแบบที่กำหนดก่อนหนังสือรับรองสิ้นอายุพร้อมเอกสารหลักฐาน เช่นเดียวกับการยื่นคำขอรับการส่งเสริม

         **************************************************
           เพ็ญธิรัตน์ อัครผลสุวรรณ รวบรวมจาก กรมการค้าภายใน กองส่งเสริมและพัฒนาระบบตลาด กันยายน 2547
  


สงวนลิขสิทธิ์ © 2546
ติดต่อเว็บมาสเตอร์ที่
agritech51@doae.go.th โทร./ โทรสาร 0 2579 3852