คนไทยกับยาปราบศัตรูพืชและทางเลือกในการบริโภค

     การบริโภคผัก และผลไม้ทุกวันนี้ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษในการบริโภค เพราะมีสารพิษต่าง ๆ ตกค้างอยู่มาก เรียกได้ว่าเคลือบอยู่เลยก็ว่าได้ เพราะเกษตรกรบางรายที่ปลูกต้องใช้ยาฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพสูงและบ่อยครั้ง ก่อนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตมาขายก็มีการฉีดยาฆ่าแมลง แถมบางรายต้องแช่ฟอร์มารีน ก่อนส่งตลาดเพราะจะทำให้ผักไม่เหี่ยว พอมาถึงพ่อค้าแม่ค้าชุบน้ำยากันอีกครั้งหนึ่งเพื่อความสดและกรอบ แค่คิดก็ทราบแล้วว่าต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหนจึงจะได้บริโภคผัก- ผลไม้ปลอดสารพิษ จนบางคนเห็นว่าผักและผลไม้เป็นแหล่งสะสมของยาปราบศัตรูพืช หลายคนจึงหันมาให้ความสนใจกับผักและผลไม้ปลอดสารพิษหรือผักผลไม้อินทรีย์ ซึ่งมีระบบการผลิตที่ต่างกันอย่างชัดเจน
     เกษตรอินทรีย์คือระบบการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมรักษาสมดุลของธรรมชาติและความหลากหลายของทางชีวภาพโดยมีระบบการจัดการนิเวศวิทยาที่คล้ายคลึงกับธรรมชาติและหลีกเลี่ยงการใช้สารสังเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและฮอร์โมนต่าง ๆ ตลอดจนไม่ใช้พืชหรือสัตว์ที่เกิดจากการตัดต่อทางพันธุกรรมที่อาจเกิดมลพิษในสภาพแวดล้อมเน้นการใช้อินทรีย์วัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และ ปุ๋ยชีวภาพในการปรับปรุงบำรุงให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ต้นพืชมีความแข็งแรงสามารถต้านทานโรคและแมลงด้วยตนเอง รวมถึงการนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ประโยชน์ด้วย ผลผลิตที่ได้จะปลอดภัยจากสารพิษตกค้างทำให้ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคและไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมอีกด้วย (กรมวิชาการเกษตร)
     ผักไร้สารจากสารพิษ คือ ผักที่มีระบบการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นสารเคมีเพื่อป้องกันเพื่อปราบศัตรูพืชหรือปุ๋ยเคมีทุกชนิด แต่จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมด และผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้วต้องไม่มีสารพิษใดๆทั้งสิ้นผักปลอดภัยจากสารพิษ คือผักที่มีระบบการผลิตที่มีการใช้สารเคมีในการป้องกันและปราบศัตรูพืช รวมทั้งปุ๋ยเคมีเพื่อการเจริญเติบโตผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ยังมีสารพิษตกค้างไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ตามประกาศกระทรวงสาธารณะสุข ฉบับที่163 พ.ศ. 2538
     ผักอนามัย คือผักที่มีระบบการผลิตที่มีการใช้สารเคมีในการป้องกันและปราบศัตรูพืช รวมทั้งปุ๋ยเคมีเพื่อการเจริญเติบโตผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ยังมีสารตกค้างไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และมีความสะอาดผ่านกรรมวิธีการปฏิบัติก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการขนส่ง และการบรรจุหีบห่อ ได้คุณสมบัติมาตรฐาน
     แต่ในปัจจุบันมีการผลิตผักและผลไม้ตัดต่อพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอเพิ่มขึ้นมาอีกซึ่งในสหรัฐอเมริกามีการวางขายในห้างสรรพสินค้าทั่วไป จีเอ็มโอ หรือ GMOs ย่อมาจากคำว่า Genetically Modified Organisms หมายถึงสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ที่เกิดจากการตัดเอายีนของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งมายิงเข้าไปในยีนของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งปกติไม่เคยผสมพันธุ์กันได้ในธรรมชาติ เพื่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่มีคุณลักษณะตามต้องการ เช่น นำยีนทนความหนาวเย็นจากปลาขั้วโลกมาผสมกับมะเขือเทศ เพื่อให้มะเขือเทศปลูกในที่ที่อากาศหนาวได้ นำยีนจากแบคทีเรียชนิดหนึ่งมาใส่ในยีนของถั่วเหลือง เพื่อให้ถั่วเหลืองทนทานต่อยาปราบวัชพืช นำยีนจากไวรัสมาใส่ในมะละกอเพื่อให้มะละกอต้านทานโรคไวรัสใบด่างวงแหวนได้ สำหรับประเทศไทยก็มีการทดลองปลูกบ้างแล้วแต่ยังไม่ถึงระดับไร่นา เรียกว่าแค่ทดลองปลูกในแปลงทดลองที่มีการป้องกันมิดชิดตามมาตรฐาน ซึ่งได้ทำการศึกษาถึงความปลอดภัยในการบริโภค หากปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ก็คงจะเป็นอีกทางเลือกในการบริโภค

     เพ็ญธิรัตน์ อัครผลสุวรรณ รวบรวมจาก เดือนเพ็ญ ปานตั้น, " คนไทยกับยาปราบศัตรูพืชและทางเลือกในการบริโภค " ข่าวเศรษฐกิจการเกษตร ปีที่ 50 ฉบับที่ 574 กันยายน 2547

 

 


สงวนลิขสิทธิ์ © 2546
ติดต่อเว็บมาสเตอร์ที่
agritech51@doae.go.th โทร./ โทรสาร 0 2579 3852